Story, Thought, Work

“หวังอย่างไร ได้อย่างนั้น”

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงจะเคยทราบ หรือ ได้ยินมาบ้างว่า “ความคาดหวัง” หรือ Expectation ของคนเรานั้นมีพลังมหาศาล

หลายครั้ง…

ที่คนเราสามารถเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเองได้ เพราะการตั้งความคาดหมาย
หรือ สร้างความคาดหวังขึ้น

แต่ความจริงก็คือ

“ความคาดหวัง” ของคุณนั้น ไม่ได้มีผลต่อแค่ตัวคุณเองเท่านั้น
แต่ยังส่งผลไปถึงคนอื่นๆอีกด้วย

………

ในปี 1963

โรเบิร์ต โรเซนธาล (Robert Rosenthal) โปรเฟสเซอร์ ด้านจิตวิทยาจากฮาวาร์ด
ได้ทำการงานวิจัยชิ้นหนึ่งร่วมกับ

เลนอร์ เจคอบเซ่น (Lenore Jacobsen) ครูใหญ่ของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง
ทางตอนใต้ของซาน ฟรานซิสโก

ทั้งคู่ให้เด็กในโรงเรียนประถมแห่งนั้นสอบวัด IQ
โดยใช้ข้อสอบจาก มหาวิทยาลัย Harvard ที่ โรเซนธาล ทำงานอยู่
เพื่อหาว่าเด็กรายไหนบ้าง มีความสามารถพอในการศึกษาต่อระดับสูง

หลังจากสอบเสร็จ
พวกเขาไม่ได้แจ้งผลการสอบโดยละเอียด เพียงแต่บอกครูผู้สอนว่า
มีเด็กคนไหนบ้าง ที่ได้รับคะแนนสอบสูงพอที่จะศึกษาต่อในระดับสูงๆ
และเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่า Intellectual Boomers
หรือ กลุ่มเด็กพิเศษที่รอวันผลิบานทางการศึกษา

โรเบิร์ต โรเซนธาล และ เลนอร์ เจคอบเซ่น ย้ำกับครูผู้สอนว่า
ข้อมูลว่าเด็กคนไหนเป็น Intellectual Boomers นั้นเป็นความลับขั้นสูง
ห้ามไม่ให้ครูทุกคนแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเป็นอันขาด

ที่พวกเขาทำอย่างนั้น
เพราะความจริงแล้ว เด็กพิเศษกลุ่มนี้ไม่มีอยู่จริง
รายชื่อเด็กที่นักวิจัยทั้งสองบอกครูคนอื่นๆว่าเป็น Intellectual Boomers
ไม่ได้มาจากผลสอบการวัด IQ แต่อย่างใด
แต่มาจากการสุ่มเลือกแบบไม่มีเหตุผล (Chosen at random)
โดยเก็บผลสอบ IQ ก่อนการทดลองไว้เป็น Pre-Test เฉยๆ

แม้จะเริ่มต้นจากความไม่จริง แต่ปรากฎว่า
ความจริงที่เกิดขึ้นตามมานั้นกลับน่าสนใจอย่างยิ่ง

เพราะ “ความคาดหวัง” ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่
จากการทดสอบที่รองรับโดยมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง ฮาวาร์ด
ส่งผลอะไรบางอย่างกับเด็กกลุ่มที่ถูกเข้าใจว่า
เป็น Intellectual Boomers

ส่งผลให้คุณครูหลายคน
เริ่มที่จะปฏิบัติกับเด็กกลุ่มนี้ต่างออกไป
เพราะเชื่อ และ คาดหวังว่า พวกเขาคือเด็กที่ฉลาดจริงๆ

ซึ่งปรากฎว่าเมื่อเด็กกลุ่มนี้ถูกปฏิบัติต่างไปจากเดิม
พวกเขาก็เริ่มรู้สึกกับตัวเองในทางที่ต่างไป
ส่วนใหญ่เริ่มมั่นใจกับตัวเองมากขึ้น
ว่าพวกเขาน่าจะเป็นเด็กที่ฉลาดจริงๆ

ซึ่งเมื่อครบระยะเวลาในการวิจัย
โรเบิร์ต โรเซนธาล และ เลนอร์ เจคอบเซ่น
ก็ให้เด็กๆ ทั้งหมดสอบวัด IQ อีกครั้ง
ปรากฎว่า เด็กที่ถูกสมมุตให้เป็น Intellectual Boomers นั้น
มีพัฒนาการมากกว่า และ ฉลาดขึ้นจริงๆ

“โรเบิร์ต โรเซนธาล” อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า

เมื่อครูคิด และคาดหวังกับเด็ดกลุ่มนี้ไปแล้วว่าเป็นเด็กที่ฉลาดนั้น
เป็นไปได้ว่า พวกเขาอาจปฏิบัติกลับเด็กกลุ่มนี้เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว

ไม่ว่าจะ

ให้เวลา และความสนใจนการพัฒนาเด็กกลุ่มนี้มากเป็นพิเศษ
เรียกเด็กกลุ่มนี้ตอบคำถามมากกว่า หรือให้เวลาในการตอบคำถามมากกว่า

เพราะเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้มีความสามารถ
คู่ควรกับเวลา และแรงกายของครูที่จะเสียไป

ที่สำคัญเด็กกลุ่มที่ถูกเข้าใจและขาดหวังว่ามีสติปัญญาดีกว่าเพื่อนนั้น
ยังได้รับตำหนิน้อยลง แต่คำชื่นชมที่มากขึ้น
ไม่ว่าจะในรูปแบบคำพูด การปฏิบัติ หรือภาษากาย

น่าสนใจใช่ไหมครับ
แต่ยังมีที่น่าสนใจอีกอย่างนึงคือ

เด็กที่ถูกสมมุตให้เป็น Intellectual Boomers
กลุ่มที่มีพัฒนาการทาง IQ สูงได้แก่
เด็กที่อยู่ในระหว่างชั้น ป1- ป2
ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังทำความเข้าใจ และสร้างตัวตนของเขาเอง

นั่นและครับ
ตัวอย่างที่ไม่เล็ก
ที่แสดงให้เห็น “พลังของความคาดหวัง” ที่เรามีต่อคนอื่น

จนมีคำศัพท์ไว้เรียกปรากฎการณ์นี้โดยเฉพาะ
เรียกว่า Pygmalion effect, Rosenthal effect หรือ Self-fulfilling prophecies

…..

ผมเลยมาคิดต่อว่า
เรื่องนี้ดูสอดคล้องกับความเชื่อหนึ่งของศาสนาพุทธอยู่ไม่น้อย

กับความเชื่อที่ว่า…

“วาจาของพ่อแม่นั้นศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสำหรับลูก”

กล่าวคือ ถ้าพ่อแม่บอกลูกซ้ำๆ
ว่าชีวิตลูกจะเป็นอย่างไร ชีวิตเขาก็จะเป็นอย่างนั้น

เพราะหากกรรมเท่ากับการกระทำแล้ว
บางครั้งการระทำของเรา อาจสร้างกรรมดี หรือ กรรมร้ายให้คนอื่น ได้เช่นกัน

……

ซึ่งผมเชื่อเอาเองจากประสบการณ์
การสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยกว่า 5 ปีของผม
ว่า ความคิด ความคาดหวังของผู้สอนนั้น
ส่งผลโดยตรงกับผู้เรียนจริงๆ

เนื่องจากผมเคยเป็นเด็กเกเร ไม่เคยได้รับความสนใจมาก่อน
ทุกครั้งที่ผมเจอเด็กเกเรที่เป็นตัวป่วนเหมือนผมสมัยก่อน
ผมจึงเลือกที่จะไม่ด่า แต่เดินเข้าไปคุยกับเด็กหลังห้องเหล่านั้นแทน

ซึ่งส่วนใหญ่ผมมักจะเริ่มว่า

เฮ้ย..ผมเห็นคุณไม่ค่อยสนใจเรียนเท่าไหร่นะ
ผมสอนไม่ดีไม่น่าสนใจตรงไหนหรือเปล่าวะ
มีอะไรให้ผมปรับปรุงบอก คุณบอกได้นะ

เพราะเมื่อก่อนผมก็เป็นเหมือนคุณนี่แหล่ะ
ไม่ตั้งใจเรียน นั่งหลังห้อง ไม่คิดว่าจะได้เรื่องกับเขา

จนกระทั่งผมเจออาจารย์ที่ปรึกษาคนหนึ่ง
สมัยผมเรียนที่ออสเตรเลีย
ที่เข้ามาคุยกับผม แบบที่ผมคุยกับคุณนี่แหล่ะ

ทำให้ผมเข้าใจว่า
การเรียนนำไปสู่สิ่งที่ผมอยากเป็นในอนาคตได้อย่างไร
ทำให้ผมเห็นว่าการเรียนมันก็สนุกได้ คุยกันได้

อาจารย์อย่างผมไม่ต้องต้องถูกทุกครั้ง
นักเรียนอย่างคุณก็ไม่ต้องผิดและโดนด่าไปตลอด

ผมว่าเราลองมาใช้เวลาอาทิตย์ละครั้ง 3-4 เดือน ต่อจากนี้
ที่ยังไงก็ ต้องเจอกัน

มาลองดูดีกว่า
ว่าผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง
และคุณจะเซอร์ไพร์สผมได้ขนาดไหน

ว่าแต่คุณทำไมเลือกเรียนสาขานี้หล่ะ
จบไปอยากเป็นอะไร ลองเล่าให้ผมฟังซิ

..
.

ผมอยากจะเชื่อว่า
เรื่องนี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะ ผู้สอน และ ผู้เรียนเท่านั้น

แต่ใช่ได้กับคนรอบข้างคุณทุกคน
ตั้งแต่พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง คนรัก

เพราะสุดท้ายแล้ว
คุณหวังอย่างไร มันก็มีโอกาสที่คุณจะได้อย่างนั้น

และบ่อยครั้งที่ได้อย่างนั้น…เพราะลึกๆคุณเชื่อและหวังอย่างนั้นเอง

ไม่ใช่ หรือครับ

 

อาร์ต ไกรวิน วัฒนะรัตน์

 

– Ref – 

introductory psychology

Robert Rosenthal

Pygmalion Effect

Rosenthal’s Experiment and the Pygmalion Effect

The pygmalion Effect and The Power of Positive Expectations

Avatar

About Art Kraiwin

– อาร์ต ไกรวิน วัฒนะรัตน์ – เจ้าของเพจ : เกิน 8 บรรทัด / Co-Founder : AHEAD.ASIA ผู้ชายที่ชอบใส่หมวก อาจารย์มหาวิทยาลัย นักข่าว นักการตลาดออนไลน์ สปีกเกอร์ ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม และ Digital Transformation ที่เชื่อเอาเองว่า สาระสามารถมาพร้อมกับเสียงหัวเราะได้ หลงไหลในการครุ่นคิด ขีดเขียน ชอบถือวิสาสะนำเรื่องล้ำๆ ลึกๆ มาเล่าต่อให้ได้คนอื่นๆ เสียเวลาคิดเยอะๆ ไปด้วยกัน
View all posts by Art Kraiwin →