People, Story, Thought, Work

ความมั่นใจที่สร้าง Facebook

(​ บทความนี้ผมเขียนให้เว็บ AHEAD.ASIA )

หนึ่งในการล้มดีลที่ฮือฮาที่สุดของ Facebook
เกิดขึ้นในยุคตั้งไข่
ด้วยการปัดข้อเสนอ 1 พันล้านดอลลาร์ 
จากยักษ์ใหญ่ในยุคนั้นอย่าง Yahoo 

ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2006
ที่พวกเขาเพิ่งเปิดให้บริการแค่ 2 ปี
มีผู้ใช้งานแค่ราวสิบล้านคน
และมีรายรับแค่ 20 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

แต่ Facebook ก็เป็นสตาร์ทอัพเนื้อหอมพอ
ที่มีข้อเสนอจากบริษัทชั้นนำมากมายเข้ามาให้พิจารณา

ไม่ว่าจะ Friendster, Google, The Washington Post, Viacom, MySpace, News Corp, NBC, AOL และ Microsoft

แต่ไม่มีข้อเสนอไหน
ที่ ‘ยากต่อการปฏิเสธ’ เท่า
ข้อเสนอมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์
จากยักษ์ใหญ่อย่าง Yahoo


.
.

Peter Thiel อดีตผู้ก่อตั้ง PayPal
ที่เป็น Angel Investor ให้ Facebook
ในสมัยยังเป็นสตาร์ทอัพ
ย้อนถึงการประชุมบอร์ดเรื่องนี้ว่า

เขาและนักลงทุนรายอื่นๆ เห็นว่า
Facebook ควรตะครุบข้อเสนอของ Yahoo
แต่ Mark Zuckerberg ที่ขณะนั้นอายุแค่ 22 ปี
เห็นต่างจากเขาและนักลงทุนคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง

หนำซ้ำ Zuckerberg ตัดจบการประชุมนี้เพียง 10 นาที
ด้วยการยืนยันว่า ‘ไม่ขาย’
เพราะต้องการสร้าง Facebook ขึ้นมาด้วยตัวเอง
และเชื่อว่า Yahoo ประเมินธุรกิจนี้ต่ำเกินไป


..
.

2 ปีหลังปฏิเสธข้อเสนอจาก Yahoo
มูลค่าทางธุรกิจของ Facebook เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ล้านดอลลาร์
(15 เท่าจากข้อเสนอ)

.

แม้จะเคยถูกประเมินมูลค่าลดลงเหลือ 3.1 พันล้าน
หรือหายไปกว่า 80% ในปี 2009
แต่ก็ฟื้นกลับมาอีกครั้ง จนเป็นหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก


..
.

ถึงอย่างนั้นหลายคนรวมถึง Andy Grove
CEO& President ของ Intel ก็ยังคาใจว่า
เด็กวัย 22 ปีอย่างมาร์ค
กล้าปฏิเสธข้อเสนอมหาศาลขนาดนั้นได้อย่างไร

ครั้งหนึ่งที่ทั้งคู่พบกันในออฟฟิศใน พาโล อัลโต
สามปีหลังการปฏิเสธดีลที่ลือลั่นนั่น

Andy Grove แห่ง Intel จึงถาม Mark Zuckerberg ว่า
“นายปฏิเสธข้อเสนอ 1 พันล้านของ Yahoo ได้ยังไง?”

Zuckerberg ตอบ Grove ที่รุ่นใหญ่กว่าเขาอย่างง่ายๆว่า

“ผมรู้ว่าผมต้องทำได้ดีกว่านั้น”

.

ด้วยคำตอบเช่นนี้หลายคนอาจมองว่า
เจ้าของ Facebook เป็นเด็กที่โอหัง
แต่ Andy Grove ที่เป็นรุ่นใหญ่แห่ง ซิลิคอน วัลลีย์
ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ และ เจอคนเก่งๆมามากมายบอกว่า

.

วันนั้นเขารู้ทันทีว่า
เด็กคนนี้ไม่ได้โอหัง หรือ จองหองอะไรเลย
แต่เป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ
และเชื่อในสิ่งที่เขาพยายามจะทำอย่างไม่มีข้อสงสัย

เขาจึงถามรุ่นน้องคนนี้ต่อว่า

“นายไปเอาความมุ่งมั่นขนาดนี้มาจากไหน”

ซึ่ง Zuckerberg ก็ตอบเขากลับมาว่า

“คุณแม่ชาวยิวของผมไง”

..
.

คำตอบของ Zuckerberg น่าจะหมายถึง slang
ที่พูดถึงแม่ชาวยิวมักจะจ้ำจี้จ้ำไชกับชีวิตลูกตลอดเวล
แม้ว่าลูกจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม

.
และเมื่อ Facebook เป็นสตาร์ทอัพ ที่เหมือนลูกของเขา
มาร์คจึงเชื่อว่าคงไม่มีใครจะดูแลโซเชี่ยลมีเดียที่เขาสร้างขึ้น
ได้ดีเท่ากับเขาเอง

.

และการดูแลแบบคุณแม่ชาวยิวของ Mark นี่เอง 
ทำให้ในปี 2016 หรือ 10 ปีให้หลังจากที่ดีลล้มลง
มูลค่าของ Facebook พุ่งทะยานขึ้นสูงกว่า Yahoo 
บริษัทที่เคยขอซื้อพวกเขา...ราว 300 เท่า

ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากที่เขาเคยพูดกับ Andy Grove 

“I just think I can do it better’


ข้อคิดจากเรื่องนี้

1 การเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นต้องใช้ความกล้าหาญพอสมควร เพราะหลังจากที่เอา Facebook เข้าตลาดหุ้นได้สำเร็จ Mark ได้เล่าให้ฟังใน Speech ของเขาที่ Havard ว่า หลังจากเหตุการในครั้งนั้น Mark รู้สึกว่าเขาโดดเดี่ยวมาก และหลายคนคิดว่าเขาผิดที่เขาไม่ยอมรับข้อเสนอของ Yahoo! ในครั้งนั้น จนกระทั่งเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาถูกต้อง

2 เรื่องนี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าในหลายครั้ง ผู้ก่อตั้ง Startup และ นักลงทุน นั้นมีมุมมองคนละอย่าง
เพราะผู้ก่อตั้งมักต้องการทำในสิ่งที่เขาเชื่อ ขณะที่นักลงทุนเชื่อว่าการทำเงินคือสิ่งที่ถูกต้อง

3 จากข้อสองทำให้เห็นว่าจริงๆแล้ว นักลงทุนที่มาพร้อมเงินอย่างเดียวอาจมีค่าไม่เท่านักลงทุนที่มาพร้อมกับคุณค่าในด้านอื่นๆ เหมือนที่ในวงการ Startup มักจะสอนกันเสมอว่า อย่ามองหา Just Money แต่ให้มองหา Smart Money

4 ไม่มีการเลี้ยงดูแบบไหนที่ดีที่สุด การให้อิสระแก่เด็กสไตล์ตะวันตก หรือการจ้ำจี้จ้ำไชอย่างใกล้ชิดแบบคุณแม่ชาวยิว ซึ่งคล้ายกับการเลี้ยงดูแบบเอเชีย ก็สามารถสร้างให้เด็กโตขึ้นมามีคุณภาพได้เช่นกัน
และถ้าคนเป็นพ่อแม่อยากให้ลูกเติบโตมามีคุณภาพ คิดเองได้ พ่อกับแม่ต้องคิดเองให้เป็นก่อน ว่าการเลี้ยงดูแบบไหนที่เหมาะ ไม่ใช่จำสูตรลัด How to จากคอนเทนท์บนอินเตอร์เน็ต ที่จำนวนไม่น้อยทำเพื่อต้องการทราฟฟิกไปขายโฆษณา เพราะสุดท้ายแล้วเด็กคงไม่สามารถคิดอะไรได้ ถ้าพ่อแม่ไม่รู้จักคิดซะก่อ

_______

ถ้าเพื่อนๆเผลอมาอ่าน Blog นี้แล้วชอบเรื่องราวนวัตกรรมเนิร์ดๆ
สามารถได้ทุกวัน ที่ AHEAD ASIA

Avatar

About Art Kraiwin

– อาร์ต ไกรวิน วัฒนะรัตน์ – เจ้าของเพจ : เกิน 8 บรรทัด / Co-Founder : AHEAD.ASIA ผู้ชายที่ชอบใส่หมวก อาจารย์มหาวิทยาลัย นักข่าว นักการตลาดออนไลน์ สปีกเกอร์ ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม และ Digital Transformation ที่เชื่อเอาเองว่า สาระสามารถมาพร้อมกับเสียงหัวเราะได้ หลงไหลในการครุ่นคิด ขีดเขียน ชอบถือวิสาสะนำเรื่องล้ำๆ ลึกๆ มาเล่าต่อให้ได้คนอื่นๆ เสียเวลาคิดเยอะๆ ไปด้วยกัน
View all posts by Art Kraiwin →

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.